โครงสร้าง ของภาษา HTML

โครงสร้าง ของภาษา HTML

การเขียนโฮมเพจด้วยภาษา HTML  นั้น เอกสาร HTML จะประกอบด้วยส่วนประกอบ 2 ส่วน ดังนี้

      1. ส่วน Head คือส่วนที่จะเป็นหัว (Header) ของหน้าเอกสารทั่วไป หรือส่วนชื่อเรื่อง (Title) ของหน้าต่างการทำงานในระบบ Windows
      2. ส่วน Body จะเป็นส่วนเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ ซึ่งจะประกอบด้วย Tag คำสั่งในการจัดรูปแบบ หรือตกแต่งเอกสาร HTML
     

       ในทั้งสองส่วนนี้จะอยู่ภายใน Tag <HTML>…</HTML> ดังนี้

<html>
 

<head> <title> ส่วนชื่อเอกสาร </title> </head>
 

<body>
 

     tag คำสั่ง
 

</body>
 

</html>

        คำสั่ง หรือ Tag ที่ใช้ในภาษา HTML ประกอบไปด้วยเครื่องหมายน้อยกว่า “<“ ตามด้วย ชื่อคำสั่งและปิดท้ายด้วยเครื่องหมายมากกว่า “>” เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ตกแต่งข้อความ เพื่อ การแสดงผลข้อมูล โดยทั่วไปคำสั่งของ HTML ส่วนใหญ่จะอยู่เป็นคู่ มีเพียงบาง คำสั่งเท่านั้น ที่มีรูปแบบคำสั่งอยู่เพียงตัวเดียว ในแต่ละคำสั่ง จะมีคำสั่งเปิดและปิด คำสั่งปิดของแต่ละ คำสั่งจะมี รูปแบบเหมือนคำสั่งเปิด เพียงแต่จะเพิ่ม “/” (Slash) นำหน้าคำสั่ง ปิดให้ดู แตกต่าง เท่านั้น และในคำสั่งเปิดบางคำสั่ง อาจมีส่วนขยายอื่นผสมอยู่ด้วย

       ในการเขียนคำสั่งภาษา HTML สามารถเขียน ด้วยตัวอักษร เล็กหรือใหญ่ ทั้งหมดหรือเขียนคละกันได้ เช่น <HTML> หรือ <Html> หรือ <html> ซึ่งจะให้ผลเหมือนกัน
 

คำสั่งเริ่มต้นของเอกสาร HTML

<HTML>……….</HTML>

คำสั่ง <HTML> เป็นคำสั่งเริ่มต้นในการเขียนโปรแกรมและคำสั่ง </HTML> เป็นการสิ้นสุดโปรแกรม HTML คำสั่งนี้จะไม่แสดงผลในโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ แต่ต้องเขียนเพื่อให้เกิดความเป็นระบบของงาน และเพื่อจะให้รู้ว่าเอกสารนี้เป็นเอกสารของภาษา HTML ส่วนหัวเรื่องเอกสารเว็บ (Head Section)

<HEAD>……….</HEAD>

Head Section เป็นส่วนที่ใช้อธิบายเกี่ยวกับข้อมูลเฉพาะของหน้าเว็บนั้น ๆ เช่น ชื่อเรื่องของหน้าเว็บ (Title), ชื่อผู้จัดทำเว็บ(Author), คีย์เวิร์ดสำหรับการค้นหา (Keyword) โดยมี Tag สำคัญ คือ

       <TITLE>……….</TITLE >

ข้อความที่ใช้เป็น TITLE ไม่ควรพิมพ์เกิน 64 ตัวอักษร, ไม่ต้องใส่ลักษณะ

       พิเศษ เช่น ตัวหนา เอียง หรือสี และควรใช้ภาษาที่มีความหมายครอบคลุม

       ถึงเนื้อหาของเว็บเพจ นั้น หรือเป็นคำสำคัญในการค้นหา (Keyword)

<BODY>……….</BODY>

Body Section เป็นส่วนเนื้อหาหลักของหน้าเว็บ ซึ่งการแสดงผลจะต้องใช้ Tag จำนวนมาก ขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูล เช่น ข้อความ, รูปภาพ, เสียง, วีดิโอ หรือไฟล์ต่างๆส่วนเนื้อหาเอกสารเว็บ เป็นส่วนการทำงานหลักของหน้าเว็บ ประกอบด้วย Tag มากมายตามลักษณะของข้อมูล ที่ต้องการนำเสนอ การป้อนคำสั่งในส่วนนี้ ไม่มีข้อจำกัดสามารถป้อนติดกัน หรือ 1 บรรทัดต่อ 1 คำสั่งก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะยึดรูปแบบที่อ่านง่าย คือ การทำย่อหน้าในชุดคำสั่งที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งนี้ให้ป้อนคำสั่งทั้งหมดภายใต้ Tag <BODY> … </BODY>

       ในบทเรียนนี้ได้ทำการจัดเนื้อหาสำหรับการสร้างโฮมเพจด้วยภาษา HTML สำหรับกลุ่มคำสั่งได้ดังนี้

1. กลุ่มคำสั่งจัดรูปแบบตัวอักษร
2. กลุ่มคำสั่งการจัดรูปแบบเอกสาร
3. กลุ่มคำสั่งจัดการรูปภาพ

4. กลุ่มคำสั่งการจัดรูปแบบฉากหลัง
5. กลุ่มคำสั่งจัดการตาราง
6. กลุ่มคำสั่งเกี่ยวกับการเชื่อมโยง

สรุป

<HTML>….</HTML>  คำสั่งเริ่มต้น คำสั่ง html เป็นคำสั่งเริ่มการเขียน
<HEAD>….</HEAD>  เป็นส่วนหัวของเว็บเพจ บอกคุณสมบัติของเว็บเพจ

<TITLE>….</TITLE>   ใช้บอกชื่อของเว็บเพจ

<BODY>….</BODY>  เป็นส่วนสำคัญที่สุด เพราะเป็นส่วนที่แสดงเนื้อหา

                                    ทั้งหมด อาจรวมถึง ข้อความ รูปภาพ ตาราง

                                    การเชื่อมโยง

ทำไม ถึงต้องมีเว็บไซต์

ทำไม ถึงต้องมีเว็บไซต์ เรามาดูกัน

ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม เว็บไซต์เป็นช่องทางให้คนทั่วประเทศ หรือแม้กระทั่งทั่วโลก เข้ามารู้จักแบรนด์ และสินค้า-บริการของคุณ

ในปี 2019 คนกว่า 4.3 พันล้านคน หรือ 43% ของประชากรโลก ใช้งานอินเตอร์เน็ต และจำนวนนี้เพิ่มขึ้น 367 ล้านคนในปีที่ผ่านมา (2018-2019)

นี่คือกลุ่มประชากรที่อาจจะมาเป็นลูกค้าของคุณ!

และวิธีที่ดีที่สุดในการเข้าถึงลูกค้าเหล่านี้ คือ สื่อออนไลน์อย่างเว็บไซต์ และโซเชียลมีเดียเข้าถึงลูกค้าด้วยเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียดี

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ การใช้โซเชียลมีเดียดูจะเป็นวิธีการที่ง่าย ถูก และสะดวกที่สุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจของคุณเริ่มโตขึ้น คุณควรมีเว็บไซต์ของตนเองด้วย

การมีเว็บไซต์เองเป็นหลักแหล่ง ย่อมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ภาพลักษณ์ของธุรกิจได้มากกว่า และยังลดความเสี่ยงจากการตั้งธุรกิจของคุณอยู่บนโซเชียลมีเดียอย่างเดียว ที่ซึ่งคุณอยู่ภายใต้กฎ และการควบคุมของคนอื่น

ลองนึกภาพหากวันหนึ่ง Instagram เปลี่ยวิธีการแสดงโพสต์ ทำให้คนเห็นเพจของคุณน้อยลง หรือ Facebook เพิ่มกฎโพสต์ แต่คุณพลาดไม่ได้ทำตาม แล้วแฟนเพจคุณก็ถูกแบน (แบบถาวรด้วย)

PHP คืออะไร

PHP คืออะไร มีหน้าที่ทำอะไร

การแสดงผลของพีเอชพี จะปรากฏในลักษณะHTML ซึ่งจะไม่แสดงคำสั่งที่ผู้ใช้เขียน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่พีเอชพีแตกต่างจากภาษาในลักษณะไคลเอนต์-ไซด์ สคริปต์ เช่น ภาษาจาวาสคริปต์ ที่ผู้ชมเว็บไซต์สามารถอ่าน

ดูและคัดลอกคำสั่งไปใช้เองได้ นอกจากนี้พีเอชพียังเป็นภาษาที่เรียนรู้และเริ่มต้นได้ไม่ยาก โดยมีเครื่องมือช่วยเหลือและคู่มือที่สามารถหาอ่านได้ฟรีบนอินเทอร์เน็ต ความสามารถการประมวลผลหลักของพีเอชพี ได้แก่ การสร้างเนื้อหาอัตโนมัติจัดการคำสั่ง การอ่านข้อมูลจากผู้ใช้และประมวลผล การอ่านข้อมูลจากดาต้าเบส ความสามารถจัดการกับคุกกี้ 

ซึ่งทำงานเช่นเดียวกับโปรแกรมในลักษณะCGI คุณสมบัติอื่นเช่น การประมวลผลตามบรรทัดคำสั่ง (command line scripting) ทำให้ผู้เขียนโปรแกรมสร้างสคริปต์พีเอชพี ทำงานผ่านพีเอชพี พาร์เซอร์ (PHP parser) โดยไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์หรือเบราว์เซอร์ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับ Cron (ใน ยูนิกซ์หรือลีนุกซ์) หรือ Task Scheduler (ในวินโดวส์) สคริปต์เหล่านี้สามารถนำไปใช้ในแบบ Simple text processing tasks ได้

การแสดงผลของพีเอชพี ถึงแม้ว่าจุดประสงค์หลักใช้ในการแสดงผล HTML แต่ยังสามารถสร้าง XHTML หรือ XML ได้ นอกจากนี้สามารถทำงานร่วมกับคำสั่งเสริมต่างๆ ซึ่งสามารถแสดงผลข้อมูลหลัก PDF แฟลช (โดยใช้ libswf และ Ming) พีเอชพีมีความสามารถอย่างมากใน

การทำงานเป็นประมวลผลข้อความ จาก POSIX Extended หรือ รูปแบบ Perl ทั่วไป เพื่อแปลงเป็นเอกสาร XML ในการแปลงและเข้าสู่เอกสาร XML เรารองรับมาตรฐาน SAX และ DOM สามารถใช้รูปแบบ XSLT ของเราเพื่อแปลงเอกสาร XML

เมื่อใช้พีเอชพีในการทำอีคอมเมิร์ซ สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น เช่น Cybercash payment, CyberMUT, VeriSign Payflow Pro และ CCVS functions เพื่อใช้ในการสร้างโปรแกรมทำธุรกรรมทางการเงิน

html คืออะไร

html คืออะไร มีประโยชน์อะไร

HTML คือ ภาษาหลักที่ใช้ในการเขียนเว็บเพจ โดยใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผลHTMLย่อมาจากคำว่า Hypertext Markup Languageโดย Hypertext หมายถึงข้อความที่เชื่อมต่อกันผ่านลิงค์(Hyperlink) Markup languageหมายถึงภาษาที่ใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผลสิ่งต่างๆที่แสดงอยู่บนเว็บเพจ ดังนั้นHTMLจึงหมายถึง ภาษาที่ใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผลเว็บเพจที่ต่างก็เชื่อมถึงกันใน Hyperspace ผ่าน Hyperlink นั่นเองปัจจุบันมีการพัฒนาและกำหนดมาตรฐานโดยองค์กร World Wide Web Consortium (W3C)

ภาษา ได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่HTMLLevel 1,HTML2.0, 3.0, 3.2 และ 4.0 ในปัจจุบัน ทาง W3C ได้ผลักดัน รูปแบบของ แบบใหม่ ที่เรียกว่า XHTML ซึ่งเป็นลักษณะของโครงสร้าง XML แบบหนึ่ง ที่มีหลักเกณฑ์ในการกำหนดโครงสร้างของโปรแกรมที่มีรูปแบบที่มาตรฐานกว่า มาทดแทนใช้ รุ่น 4.01 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

การสร้างเว็บเพจ โดยใช้ภาษา สามารถทำโดยใช้โปรแกรม Text Editor ต่างๆ เช่น Notepad, EditPlusหรือจะอาศัยโปรแกรมที่เป็นเครื่องมือช่วยสร้างเว็บเพจ เช่น Microsoft FrontPage, Dream Weaver ซึ่งอํานวยความสะดวกในการสร้างหน้า ในลักษณะ WYSIWYG (What You See Is What You Get)

แต่มีข้อเสียคือ โปรแกรมเหล่านี้มัก generate code ที่เกินความจำเป็นมากเกินไป ทําให้ไฟล์ มีขนาดใหญ่ และแสดงผลช้า ดังนั้นหากเรามีความเข้าใจภาษา จะเป็นประโยชน์ให้เราสามารถแก้ไข code ของเว็บเพจได้ตามความต้องการ และยังสามารถนำ script มาแทรก ตัดต่อ สร้างลูกเล่นสีสันให้กับเว็บเพจของเราได้

การเรียกใช้งานหรือทดสอบการทำงานของเอกสาร HTML จะใช้โปรแกรม Internet Web Browser เช่น Internet Explorer (IE), Mozilla Firefox, Safari, Opera, และ Google Chrome 

ภาษา PHP

ภาษา PHP ที่เหมาะกับการเขียนเว็บไซต์

พีเอชพี (PHP) คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ในลักษณะเซิร์ฟเวอร์-ไซด์ สคริปต์ โดยลิขสิทธิ์อยู่ในลักษณะโอเพนซอร์ส ภาษาพีเอชพีใช้สำหรับจัดทำเว็บไซต์ และแสดงผลออกมาในรูปแบบ HTML 

โดยมีรากฐานโครงสร้างคำสั่งมาจากภาษา ภาษาซี ภาษาจาวา และ ภาษาเพิร์ล ซึ่ง ภาษาพีเอชพี นั้นง่ายต่อการเรียนรู้ ซึ่งเป้าหมายหลักของภาษานี้ คือให้นักพัฒนาเว็บไซต์สามารถเขียน เว็บเพจ ที่มีการตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว

การแสดงผลของพีเอชพี จะปรากฏในลักษณะHTML ซึ่งจะไม่แสดงคำสั่งที่ผู้ใช้เขียน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่พีเอชพีแตกต่างจากภาษาในลักษณะไคลเอนต์-ไซด์ สคริปต์ เช่น ภาษาจาวาสคริปต์ ที่ผู้ชมเว็บไซต์สามารถอ่าน ดูและคัดลอกคำสั่งไปใช้เองได้ นอกจากนี้พีเอชพียังเป็นภาษาที่เรียนรู้และเริ่มต้นได้ไม่ยาก โดยมีเครื่องมือช่วยเหลือและคู่มือที่สามารถหาอ่านได้ฟรีบนอินเทอร์เน็ต

ความสามารถการประมวลผลหลักของพีเอชพี ได้แก่ การสร้างเนื้อหาอัตโนมัติจัดการคำสั่ง การอ่านข้อมูลจากผู้ใช้และประมวลผล การอ่านข้อมูลจากดาต้าเบส ความสามารถจัดการกับคุกกี้ ซึ่งทำงานเช่นเดียวกับโปรแกรมในลักษณะCGI คุณสมบัติอื่นเช่น 

การประมวลผลตามบรรทัดคำสั่ง (command line scripting) ทำให้ผู้เขียนโปรแกรมสร้างสคริปต์พีเอชพี ทำงานผ่านพีเอชพี พาร์เซอร์ (PHP parser) โดยไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์หรือเบราว์เซอร์ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับ Cron (ใน ยูนิกซ์หรือลีนุกซ์) หรือ Task Scheduler (ในวินโดวส์) สคริปต์เหล่านี้สามารถนำไปใช้ในแบบ Simple text processing tasks ได้

การแสดงผลของพีเอชพี ถึงแม้ว่าจุดประสงค์หลักใช้ในการแสดงผล HTML แต่ยังสามารถสร้าง XHTML หรือ XML ได้ นอกจากนี้สามารถทำงานร่วมกับคำสั่งเสริมต่างๆ ซึ่งสามารถแสดงผลข้อมูลหลัก PDF แฟลช (โดยใช้ libswf และ Ming) พีเอชพีมีความสามารถอย่างมากในการทำงานเป็นประมวลผลข้อความ จาก POSIX Extended หรือ รูปแบบ Perl ทั่วไป เพื่อแปลงเป็นเอกสาร XML ในการแปลงและเข้าสู่เอกสาร XML เรารองรับมาตรฐาน SAX และ DOM สามารถใช้รูปแบบ XSLT ของเราเพื่อแปลงเอกสาร XML

เมื่อใช้พีเอชพีในการทำอีคอมเมิร์ซ สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น เช่น Cybercash payment, CyberMUT, VeriSign Payflow Pro และ CCVS functions เพื่อใช้ในการสร้างโปรแกรมทำธุรกรรมทางการเงิน

HTML และ CSS

HTML และ CSS สำคัญยังไง

การสร้างและจัดระเบียบไฟล์ต้นฉบับของเว็บไซต์ สภาพแวดล้อมการทำงานในท้องถิ่นที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ คุณสามารถสร้างสภาพแวดล้อมการพัฒนาเว็บบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของคุณโดยการติดตั้ง IDE (Integrated Development Environment) ซึ่งประกอบด้วย Text Editor, Build Automation และ Debugger

Sublime Text และ Atom เป็น IDE พื้นฐานบางอย่างสำหรับการพัฒนาเว็บที่รองรับ HTML CSS JS PHP Python และภาษาบนเว็บที่คล้ายกัน

ในทางตรงกันข้ามมี IDE แบบขยาย เช่น Adobe Dreamweaver ซึ่งมีคุณสมบัติอื่นๆ จำนวนหนึ่ง (เช่นการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ FTP)

การเรียน html5 และ css3 นับเป็นเทคโนโลยีการพัฒนาเว็บไซต์สมัยใหม่ เรามีการสอน html5 ที่มีการใช้งานเว็บไซต์ผ่านอุปกรณ์ (Device) ที่หลากหลายขึ้น ด้วยความสามารถใหม่ ๆ ของ html5 และ css3 และเราจัดฝึกอบรม html5 เพื่อจะช่วยให้การพัฒนาเว็บไซต์บนแพตลฟอร์มต่าง ๆ ทั้ง PC, Moblie , Teblet ง่ายขึ้น และรองรับการแสดงผลรวมทั้งปลั๊กอินใหม่ ๆ ได้บนอุปกรณ์สมาร์ทโฟนได้อย่างถูกต้องสวยงาม

ในคอร์สนี้จะเป็นคอร์สพื้นฐานสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมความรู้เรื่องเทคโนโลยีการพัฒนาเว็บไซต์ด้วยภาษา html และ css เพื่อการประยุกต์พัฒนาเว็บไซต์ในอนาคตอันใกล้นี้

วัตถุประสงค์:

  • Changes to existing HTML features
  • HTML5 forms
  • How to include audio and video
  • CSS3 for style, color and opacity
  • CSS3 shadows, gradients and round corners
  • Animation and transitions with CSS3
  • HTML5 page structure
  • Web fonts
  • Media Queries to target mobile devices
  • Offline Websites

ความรู้พื้นฐาน

  • เข้าใจพื้นฐาน HTML และ CSS หากไม่มีพื้นฐานจะมีการแนะนำให้
  • เข้าใจหลักการติดตั้งและถอนการติดตั้งโปรแกรมพื้นฐาน
  • ใช้งานอินเตอร์เน็ตและระบบปฏิบัติการวินโดว์ได้

Module 1 Intro to HTML5 and CSS3

  • What is HTML5
  • What is CSS3
  • The varied browser market
  • The growing mobile market

Module 2 HTML5 Markup

  • A basic HTML5 template
  • Doctype
  • The html element
  • The head element
  • HTML5 FAQ
  • New elements for defining page structure

Keyword คีย์เวิร์ด

Keyword คีย์เวิร์ด สำคัญแค่ไหน

คำสำหรับใช้ในการค้นหา หรือใช้ในการอธิบายรูปลักษณะของสิ่งที่เราต้องการค้นหา เช่น ชื่อเรื่อง หัวข้อ หัวเรื่อง หรือรายละเอียดอย่างย่อของสิ่งที่เราต้องการสืบค้นรายละเอียดผ่าน Search Engine

ประเภทของ Keyword (คีย์เวิร์ด) ที่ใช้ในการค้นหา

Keyword นั้นมีการแบ่งออกเป็นหลายประเภท ซึ่งประเภทหลักๆ ที่นิยมใช้ มีดังนี้  

Niche Keyword เป็นคำค้นหาเฉพาะเจาะจง เฉพาะกลุ่ม ซึ่งโดยปกติแล้ว เรามักพบบ่อยในชื่อเรียกรุ่นแบรนด์สินค้าต่างๆ เช่น Nintendo DS, playstation4, Samsung Note 8, iPhone 8 เป็นต้น  

Widely Keyword เป็นคำค้นหาสั้นๆ ที่มีเนื้อหาความหมายที่ค่อนข้างกว้าง และมีอัตราการค้นหาสืบค้นสูง เช่น บ้าน, รถมือสอง, หนังสือ, มือถือ เป็นต้น  

Mass Keywords เป็นคำค้นหาสิ่งต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง และสอดคล้องในกลุ่มเดียวกัน เช่น Playstation 4, Playstation 3 , Playstation Vita เป็นต้น  

Misspelling Keyword เป็นคำค้นหาต่างๆ ที่มีการสะกดใกล้เคียง หรือผิดเพี้ยนไปจากเดิม ทั้งแบบตั้งใจ และไม่ได้ตั้งใจ เช่น Nintendos , Ipods, Playstations 4, IIpod เป็นต้น  

ตัวอย่างของ Keyword ที่ใช้ค้นหากันในชีวิตประจำวันต้องการค้นหาโทรศัพท์มือถือ คีย์เวิร์ดที่ใช้ในการค้นหาคือ โทรศัพท์มือถือ, ราคาโทรศัพท์มือถือ, โทรศัพท์มือถือราคาถูก ฯลฯกรณีไปเที่ยว แล้วต้องการหาโรงแรมที่พัก คีย์เวิร์ดที่ใช้ในการค้นหาคือ ที่พักในเชียงใหม่, โรงแรม, ห้องพัก, หอพัก

ปัจจุบันคีย์เวิร์ดคำค้นหานั้น นับว่ามีบทบาทสำคัญมากสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ผ่าน Search Engine สำหรับท่านที่สนใจการทำธุรกิจออนไลน์ หรือสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์

SEO ทำยากไหม

SEO ทำยากไหมเป็นนคำถามที่หาคำตอบได้ในบทความนี้เลยค่ะ

SEO ใช้หลักการ ตั้งรับ หรือ การค้นหาจาก Search Engine นั่นเองค่ะ เช่นเวลาที่คนต้องการจะหาอะไร ก็มักจะวิ่งไปหา Search Engine อย่าง Google อยู่แล้วค่ะ จากนั้น ก็จะค้นหา โดยการ พิมพ์ Keyword ที่ต้องการเข้าไปใน Google แล้วก็จะได้ผลการค้นหาออกมาเป็นรายชื่อเว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องกับ Keyword นั้น

เวลาที่เราทำเว็บไซต์ เราก็ต้องเริ่มทำ ไปด้วยค่ะ บอกตรงนี้ไว้เลยแล้วกันว่า นั้น เน้นในเรื่องของ ประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับมากกว่า เทคนิค และ การทำ จะเน้นในเรื่องของ ความอึด ในการทำเนื้อหาของเว็บไซต์ครับ

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่หรือคนที่กำลังสนใจในการทำธุรกิจออนไลน์ต้องเคยได้ยินคำว่า “SEO” ผ่านๆ หูกันมาบ้างและความเข้าใจสุดแสนจะเบสิกว่า คือการทำให้เว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรก Google นั้น กลายเป็นความรู้พื้นฐานที่แทบไม่ต่างจากการที่เรารู้ว่า Cat แปลว่า แมวไปซะแล้ว หรือถ้าไม่รู้จักเลยว่า คืออะไร คุณยิ่งต้องไม่พลาดบทความนี้

แล้วยังไงล่ะ!? จะเป็นเจ้าของธุรกิจทั้งทีต้องรู้เรื่องอะไรพวกนี้ด้วยหรือ? คำตอบคือ “ใช่” หากคุณรู้และเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า  จะช่วยให้ธุรกิจของคุณมีช่องทางในการทำให้คนทั่วไปรู้จัก เพิ่มโอกาสในการขาย หรือสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจได้มากแค่ไหนล่ะก็ ถึงตอนนั้นคุณจะไม่กล้ามองข้าม  อีกต่อไป

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาสาระอันอัดแน่นเกี่ยวกับ เราจะขอนำความหมายของคำศัพท์เฉพาะต่างๆ มาให้คุณได้ทำความรู้จักเพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจในเนื้อหาทั้งหมดต่อไป

  • Search Engine  เครื่องมือในการค้นหา เช่น Google, Yahoo, Bing
  • Ranking  การจัดอันดับหน้าเว็บไซต์เมื่อค้นหา
  • Blog  บทความที่ถูกเขียนเพื่อจุดประสงค์ในการให้ความรู้ แสดงความคิดเห็น ความสนุก ไม่มีการแฝงโฆษณา และสรุปประเด็นจบใน 1 บทความ
  • Onsite ข้อความหรือรายละเอียดที่ปรากฎบนหน้าเว็บไซต์ เช่น ข้อมูลสินค้า ข้อมูลบริการ รายละเอียดบริษัท ฯลฯ
  • Outreach  บทความที่ถูกส่งไปเพื่อลงในเว็บไซต์อื่นๆ ที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของตัวเอง ซึ่งจะมีการใส่ลิงก์และKeywordลงไปเพื่อให้คุณคลิกแล้วกลับเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์ของเจ้าของบทความ
  • Optimise  การจัดการดูแลจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  • Keyword  คำที่ใช้ในการค้นหา
  • Search Volume  จำนวนการค้นหาคำ Keyword นั้นๆ ว่ามีการค้นหาทั้งหมดกี่ครั้ง
  • Anchor Link  ลิงก์ที่ถูกใส่เอาไว้ในคำที่เป็น Keyword ต่างๆ จุดประสงค์เพื่อขยายความหมาย ข้อมูล ของคำๆ นั้น โดยที่ไม่ต้องแทรกเข้าไปในบทความ
  • Content  คำโดยรวมที่ใช้สำหรับเรียกแทนเนื้อหา โดยนับรวมทั้ง ตัวหนังสือ ภาพ และองค์ประกอบอื่นๆ เช่น Blog Content, Outreach Content ฯลฯ ก็หมายถึง ประเด็นที่เขียน เนื้อหา รวมถึงภาพ วิดีโอ ทุกสิ่งที่ใส่เข้าไปในบทความนั้นๆ
  • Backlink  ลิงก์ที่ถูกใส่ไปกับคอนเทนต์ หรือถูกแฝงอยู่ในตำแหน่งต่างๆ ของเว็บภายนอก โดยมีการตั้งเป้าให้ลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์ของเรา (เอาไว้ใส่ใน Outreach คอนเทนต์)
  • Organic  ในที่นี้คือ การกระทำทางด้านการตลาดที่ไม่ผ่านการซื้อโฆษณา

มากันที่สาระสำคัญสำหรับบทความนี้คือจะอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุด ให้คุณรู้จักว่า seo คืออะไรอย่างลึกซึ้งเพื่อที่ว่าหากใครกำลังเริ่มธุรกิจหรือคิดจะสร้างหน้าร้านบนโลกออนไลน์จะได้นำไปปรับใช้เพื่อทำ อย่างมีประสิทธิภาพ

การโปรโมทเว็บไซต์

การโปรโมทเว็บไซต์ เพื่อให้ได้คุณภาพสูงที่สุด

ในบทความนี้ ผมจะเปิดเผยการ โปรโมทเว็บไซต์ ที่ผมใช้ครับ ซึ่งเป้าหมายของเราในการโปรโมท เว็บไซต์ ก็คือกลยุทธ์ที่ 1 The Social Media

  1. ทำให้คนรู้จักเว็บไซต์เรา
  2. ทำให้คนหาเราเจอ

ผมจะเริ่มจาก กลยุทธ์ ที่ง่ายที่สุดก่อนครับ นั่นก็คือ Social Media ลอง Check ดูครับว่า เรามีสิ่งต่อไปนี้กันหรือยัง

  1. Facebook Page คือ เพจสารธารณะของธุรกิจเราใน Facebook สมัครได้ที่ Facebook ครับ
  2. Instagram Profile คือ Profile Instagram ของธุรกิจเรา สมัครได้ที่ Instagram ครับ
  3. Youtube Channel คือ ช่อง Youtube ของเรา เวลาที่เรามีเนื้อหาวีดีโอ ให้ฝากไว้ที่นี่ครับ Youtube
  4. Twitter Profile คือ Twitter สำหรับธุรกิจ ของเราครับ สมัครที่นี่เลย Twitter
  5. Pinterest Profile คือ Pinterest สำหรับ ธุรกิจของเราครับ ลักษณะของ Pinterest จะเน้นรูปภาพครับ

ถ้ายังก็รีบไปสมัคร แล้วเปิดใช้งานเลย เราเริ่มจากอันที่คิดว่า เราจัดการได้ง่ายก่อนครับ จะได้ไม่เสียเวลามากเกินไป ที่ผมแนะนำคือ เราควรมี Facebook Page ครับ ถ้าเราคล่องแล้ว เราจะขยายไป Platform อื่นก็ได้ครับ

ทำไม Social Media Profile จึงทำให้คนเข้าเว็บไซต์ เพิ่มขึ้นได้นั่นก็เพราะว่า เวลาที่เราสร้าง Profile บน Social Media แล้ว ต่อให้เราสร้าง Profile ไว้เฉยๆ แล้วมีไม่กี่โพส Social Media ก็ยังจะมี ระบบ Recommendation หรือ ระบบการแนะนำ Profile ให้กับผู้ที่สนใจเรื่องนั้นๆ เห็นขึ้นมาได้ครับ ดังนั้น การสร้าง Profile บน Social Media จะเพิ่มคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่ายที่สุดแล้วครับ

ไม่ว่าจะเป็น Social Media ค่ายไหน ก็มีกลไกนี้กันทั้งนั้นครับ ที่เห็นชัดคือ Facebook และ Youtube ครับ Feed ที่คนสนใจ มักจะลอยขึ้นมา ยิ่งกว่า อ่านใจคนดูได้เสียอีกครับ ดังนั้น กลยุทธิ์นี้ ถือว่าง่ายที่สุดแล้วครับ

สำหรับกลยุทธ์นี้ เราต้องค้นหาครับว่า มีใครกำลัง พูดถึง เรื่องราวใน เว็บไซต์ ที่เรากำลังทำ หรือเปล่า ถ้าเจอแล้ว ก็แจมเลย ยกตัวอย่างแบบ ง่ายๆครับ ลองเข้าไปในเว็บไซต์ ที่เป็น เว็บบอร์ด ชื่อดัง อย่าง Pantip ดูครับ แล้วไปหาดูว่า มีใครคุยอะไร เกี่ยวกับเรื่องที่เราทำบ้างได้เลยครับ

วิธีการค้นหาว่า มีใครคุยเรื่องที่เราทำอยู่ ก็ใช้ Function การค้นหาได้เลยครับ สำหรับ เว็บบอร์ด มักจะมี Function แบบนี้อยู่แล้วครับ เว็บบอร์ดที่ผมแนะนำ จะมี

  1. Pantip เว็บบอร์ดตลอดกาล ของคนไทย มีเรื่องอะไร คนเข้าไปโพสได้หมด
  2. Dek-D เว็บบอร์ดกลุ่มวัยรุ่น ของเมืองไทย กลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นครับ
  3. Reddit อันนี้เป็นแนวอินเตอร์ ถ้าเราทำเว็บสำหรับคนต่างชาติ แนะนำเลยครับ

อีกไอเดียหนึ่งคือ เราเข้าไป SR หรือ เรียกว่า Sponsor Review สินค้าบริการของเราเองก็ได้ โดยอาจจะผ่าน Blogger ที่สิงสถิตย์ อยู่ในเว็บบอร์ดเหล่านี้ได้ครับ

อีกอันนึงที่มี พี่น้องทางบ้าน แนะนำมาครับ Facebook Group ที่เราเป็นสมาชิกอยู่ เราสามารถเข้าไปตอบคำถาม เนียนๆได้ครับ แล้วแนบลิงค์ เว็บไซต์เราเข้าไปเป็นการแนะนำได้ครับ เพราะ ในทุกวัน ถ้าเป็น Facebook Group ใหญ่ๆ ก็จะมีคนถามคำถามทุกวันอยู่แล้ว และ ผมก็มักจะเห็นคนเอาลิงค์ไปวางอยู่บ่อยครั้ง จนเป็นเรื่อง ปกติครับ

อันสุดท้ายคือ เวลาที่เราเจอ Blog ที่เปิดให้เราแสดงความคิดเห็นได้ เราอาจจะ Comments อย่างเนียนๆ แนะนำเว็บเราบ้างก็ได้ครับ การโปรโมทเว็บไซต์ จำเป็นต้องอัพเดทตัวเองในเว็บไซต์ของเราเพื่อประสิทธภาพสูงสุดด้วย

การลงทะเบียนโดเมน

การลงทะเบียนโดเมน โดยหาตัวแทนมาจดให้เราแทน

โดเมน คือชื่อเว็บไซต์ของคุณ มันจะต้องไม่ซ้ำใครและถ่ายทอดแบรนด์ของธุรกิจของคุณได้วิธีที่ง่ายที่สุดในการค้นหาและลงทะเบียนโดเมนคือ ติดต่อผู้รับจดทะเบียนโดเมนผู้รับจดทะเบียนโดเมนจะให้คุณลงทะเบียนชื่อโดเมนของคุณผ่านสัญญารายปีหรือสัญญาระยะยาว

Domain Name หมายถึง ชื่อที่ใช้ระบุลงในคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปค้นหาในระบบ โดเมนเนม เพื่อระบุถึง ไอพีแอดเดรส ของชื่อนั้นๆ โดย โดเมนเนม เป็นชื่อที่ผู้จดทะเบียนเว็บไซต์ระบุให้กับผู้ใช้งาน

เพื่อเข้ามายังเว็บไซต์ หรือ บางครั้งอาจจะใช้ “ที่อยู่เว็บไซต์” (IP Address) แทนก็ได้ โดเมนเนม หรือ ชื่อโดเมน เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ

เนื่องจาก IP Address นั้นยากต่อการจดจำและเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงไอพีแอดเดรส ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องรับรู้ หรือ จดจำไอพีแอดเดรสใหม่ แต่ยังคงใช้ชื่อโดเมนเนมเดิมได้ต่อไป ชื่อ โดเมนเนม เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นและถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้คิดชื่อนั้น

โดยแต่ละประเทศจะมีหน่วยงานรับผิดชอบการจดทะเบียนชื่อ โดเมน เช่น ประเทศไทย ผู้รับผิดชอบ คือ “ศูนย์สารสนเทศเครือข่ายประเทศไทย หรือ Thailand Network Information Center ( THNIC) นั่นเอง” Domain Name บริการจด โดเมนเนม

ย้ายโดเมนเนม (Domain Name Register) ที่สามารถเลือกชื่อโดเมนเนมเป็นของคุณ 100% มีระบบบริหารจัดการ โดเมนเนม จดโดเมนด่วนก่อนโดนแย่งชื่อไปเพราะชื่อ Domain Name ไม่สามารถซ้ำกันได้ เราบริการจดโดเมนเนมราคาถูก จดโดเมนเนมได้ตลอด 24 ชมโดเมนเนม หรือ ชื่อเว็บไซต์ คือชื่อของเว็บไซต์เช่น www.yourwebsite.com หากคุณต้องการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ก่อนอื่นคุณต้องทำการจดโดเมนเนมก่อน (Domain Name Register) พร้อมทั้งเช่าโฮสติ้งในคราวเดียวกัน

ซึ่งคุณต้องทำการเช็คชื่อ โดเมนเนม ก่อน ว่าสามารถใช้ได้หรือเปล่า เพราะถ้าสถานะโดเมนเนมนั้นไม่ว่าง หรือ มีคนอื่นใช้ชื่อโดเมนเนมนั้นไปแล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ชื่อโดเมนเนมที่คุณชอบหรืออยากใช้ ดังนั้นคุณต้องเลือกใช้ชื่อโดเมนเนมใหม่ที่สถานะยังว่างอยู่เท่านั้น บริษัท ไชโย โฮสติ้ง จำกัด เราพร้อมให้บริการ จดโดเมนเนมแทนคุณ เพื่อให้คุณได้ใช้ โดเมนเนม ที่คุณต้องการ เพื่อความเหมาะสมและเพื่อการสร้างโอกาสที่ดีของธุรกิจคุณ

Domain Name History ประหวัดความเป็นมาของชื่อ โดเมน หรือ โดเมนเนม นั้น เกิดขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ที่จะช่วยให้ผู้ที่ใช้งานเว็บไซต์สามารถเข้าถึง หรือ เรียกไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการได้ง่าย โดยใช้ชื่อที่สามารถจำได้ง่าย แทนที่จะจำตัวเลข IP Address จำนวน 16 หลัก ซึ่งยากแก่การจดจำ

โดเมนที่ได้รับความนิยมสูงสุด

.com เหมาะสำหรับใช้ทำเว็บไซต์ทั่วไป เว็บของบริษัท ห้างร้านทั่วไป รวมถึงเว็บไซต์ส่วนตัวและมีบางครั้งนำไปใช้ทำเว็บไซต์ประเภทอื่นๆ ด้วย

.net เหมาะสำหรับใช้ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์ค ของคอมพิวเตอร์ หรือ เว็บไซต์ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต แต่บางครั้งก็นำไปใช้ในด้านอื่นด้วย

.org เหมาะสำหรับใช้ทำเว็บไซต์ขององค์กร หรือเว็บที่ต้องการความน่าเชื่อถือ ปัจจุบันมีการจดทะเบียนเพื่อใช้กับเว็บไซต์ประเภทอื่นด้วย

.co.th เหมาะสำหรับใช้ทำเว็บไซต์บริษัทที่ต้องการความน่าเชื่อถือเพราะการจดโดเมน .co.th ต้องใช้หนังสือรับรองบริษัท

.in.th เหมาะสำหรับใช้ทำเว็บไซต์ทั่วไปบ่งบอกว่าอยู่ในประเทศไทย

โดเมน มีความสำคัญมากในการเขียนเว็บไซต์ เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเขียนเว็บเบื้องต้น