เรียนรู้การสร้างเว็บไซต์ สำหรับผู้ที่ติดตามอ่านบทความจาก Am2b Marketing มาตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าในเรื่องของการออกแบบและการสร้างเว็บไซต์นั้น เขียนเว็ปไซต์ เราได้นำเสนอมาหลายเรื่องมากๆ

เขียนเว็ป

สร้างเว็บไซต์ให้ได้ประสิทธิภาพ ใน 8 ขั้นตอน

ทั้งเหตุผลที่เว็บดีไซน์มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจออนไลน์, การใช้ WordPress, แหล่งดาวน์โหลดฟอนต์ภาษาอังกฤษฟรีๆ รวมถึงเรื่องที่คุณไม่ควรพลาดสำหรับการทำเว็บไซต์ เขียนเว็ปไซต์ แต่สำหรับวันนี้เราจะมาเรียนรู้การสร้างเว็บไซต์ให้ได้ประสิทธิภาพ ใน 8 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 วางแผนการจัดทำเว็บไซต์

สำหรับขั้นตอนแรก เราจะต้องเตรียมข้อมูลสำหรับเว็บไซต์เสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นชื่อเว็บ, เป้าหมายของเว็บไซต์, ลุ่มผู้ชมเป้าหมาย, เนื้อหาภายในเว็บไซต์ และรายละเอียดของเว็บ เพื่อให้เห็นมุมมองคร่าวๆ ก่อนค่อยลงมือทำ นอกจากนี้เราก็ควรต้องแบ่งเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ตามลำดับก่อนหลัง เพื่อให้ง่ายต่อการจัดทำโครงร่างของเว็บ

ขั้นตอนที่ 2 กำหนดโครงสร้างของเว็บ

หลังจากการประชุมเพื่อวางแผนการจัดทำเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็เข้าสู่ขั้นตอนของการกำหนดผังของเว็บไซต์ เพื่อให้เราสามารถมองเห็นภาพรวม และองค์ประกอบทั้งหมดของเว็บไซต์ หรือที่เรียกว่า Flowchart โดยหน้าแรกของเว็บหรือโฮมเพจ

จะต้องใช้ชื่อว่า index ส่วนนามสกุลให้ใส่ตามลักษณะของภาษาที่ใช้ในการสร้างเว็บ ส่วนการตั้งชื่อเว็บเพจแต่ละหน้า ก็ให้กำหนดชื่อเป็นภาษาอังกฤษตามด้วยนามสกุลของภาษาที่เราสร้างเว็บ เช่น index.html, home.html, history.html เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดการเชื่อมโยงเว็บเพจ

ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะการกำหนดการเชื่อมเว็บเพจจะเป็นการเชื่อมโยงในแต่ละหน้าเว็บ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถคลิกกลับไปกลับมาระหว่างหน้าต่างๆ ได้โดยแต่ละไฟล์ก็จะมีความสัมพันธ์กันนั่นเอง

ขั้นตอนที่ 4 การออกแบบเว็บเพจแต่ละหน้าในเว็บไซต์

สำหรับการออกแบบเว็บเพจแต่ละหน้าในเว็บไซต์นั้น จะมีอยู่ทั้งหมด 3 ส่วนหลักๆ ด้วยกันดังนี้

  • Page Header คือส่วนที่อยู่ตอนบนสุด และเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของหน้า เพราะเป็นส่วนที่สามารถดึงดูดผู้ชมให้ติดตามเนื้อหาภายในเว็บไซต์ได้ โดยปกติจุดนี้ก็มักจะประกอบด้วยโลโก้, ชื่อเว็บไซต์, เมนูหลักหรือลิงก์
  • Page Body คือส่วนที่อยู่ตอนกลางของหน้าเว็บเพจ โดยจะแสดงเนื้อหาของเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ, ตารางข้อมูล, ภาพกราฟิก, วิดีโอ และอื่นๆ โดยในส่วนของเนื้อหานั้น ควรจะแสดงใจความสำคัญซึ่งเป็นหัวเรื่องไว้บนสุด ข้อมูลควรมีความกระชับ ใช้ฟอนต์ตัวอักษรที่เป็นระเบียบและอ่านง่าย รวมถึงการจัดเลย์เอาท์ด้วยเช่นเดียวกัน
  • Page Footer คือส่วนที่อยู่ด้านล่างสุดของหน้าเว็บเพจ ตรงนี้ส่วนใหญ่จะเอาไว้ใช้วางระบบนำทาง หรือเนวิเกชั่น โดยทำเป็นลิงก์ข้อความง่ายๆ รวมถึงอาจแสดงข้อมูลเนื้อหาเพิ่มเติมภายในเว็บไซต์ เช่น ข้อความแสดงลิขสิทธิ์, วิธีการติดต่อกับผู้ดูแลเว็บไซต์, คำแนะนำการใช้เว็บไซต์ เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 5 การสร้างเว็บเพจ

หลังจากที่จัดองค์ประกอบของแต่ละหน้าเว็บเสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปก็คือการเขียนเว็บ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนด้วยโปรแกรมภาษา HTML หรือโปรแกรม WordPress เขียนเว็ปไซต์ ที่ใช้งานง่ายและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในปัจจุบันนี้ เพื่อกำหนดให้แต่ละหน้าเว็บเพจนำเสนอข้อความ รูปภาพ และวิดีโอ ให้อยู่ในรูปแบบตามที่เราต้องการ

ขั้นตอนที่ 6 ลงทะเบียนขอพื้นที่เว็บไซต์

หลังจากออกแบบและสร้างเว็บไซต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนของการเผยแพร่หน้าเว็บของเราเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต เพื่อเปิดให้ผู้อื่นเข้ามาชมและใช้งานภายในเว็บไซต์แล้วล่ะ โดยจุดนี้เราจะต้องนำเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ไปฝากไว้กับผู้ให้บริการพื้นที่เว็บไซต์ หรือที่เรียกว่าเว็บโฮสติ้ง พร้อมกับการจดทะเบียนโดเมนเนม ซึ่งปัจจุบันก็มีหลายเจ้าที่ให้บริการ ส่วนราคานั้นก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่การใช้งาน รวมถึงออปชั่นอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา

ขั้นตอนที่ 7 อัพโหลดเว็บไซต์

เมื่อเราได้ทำการสมัครเว็บโฮสติ้งและโดเมนเนมเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการอัพโหลดไฟล์เว็บไซต์ของเราไปยังเว็บไซต์ที่ให้บริการพื้นที่ฝากเว็บ โดยอาจจะทำการอัพโหลดผ่านเว็บเบราว์เซอร์ของเว็บที่ให้บริการ หรืออาจจะอัพโหลดด้วยโปรแกรมอื่นๆ อย่างเช่น CuteFTP, Filezilla, WS_FTP, WordPress เป็นต้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถคลิกเข้าไปดูเว็บไซต์ของเราผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

ขั้นตอนที่ 8 การเรียกดูเว็บไซต์

หลังจากที่เราทำการอัพโหลดไฟล์เว็บไซต์ขึ้นบนเว็บไซต์ที่ให้บริการพื้นที่ฝากเว็บเสร็จแล้ว ต่อไปเราก็สามารถเปิดดูเว็บไซต์ผ่านทางโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ต่างๆ ได้แล้วล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Internet Explorer, Mozilla Firefox หรือ Google Chrome ก็ตาม เขียนเว็ปไซต์ โดยการพิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ตรง Address Bar จากนั้นก็กด Enter ก็เป็นอันเรียบร้อย